วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568

ลักษณะการเรียน กศน.

 

ลักษณะการเรียน กศน.

  • ไม่ใช่การจ้างเรียนพิเศษ:

    • กศน. จัดการเรียนการสอนผ่านศูนย์การศึกษานอกระบบ โดยมีครูผู้สอนและสื่อการเรียนรู้ที่รัฐจัดเตรียมให้

    • ผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าสมัครและค่าธรรมเนียมพื้นฐาน

    • บางพื้นที่อาจมีกิจกรรมเสริมวิชาการ แต่ไม่ใช่การเรียนพิเศษแบบส่วนตัว

  • ระบบการเรียนยืดหยุ่น:

    • เรียนผ่านการทำแบบฝึกหัด เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม หรือศึกษาด้วยตนเองจากเอกสาร

    • ไม่มีห้องเรียนประจำ เหมาะกับผู้ที่มีงานทำหรือมีข้อจำกัดด้านเวลา


2. ระบบการสอบมาตรฐาน

  • สอบพร้อมกันทั่วประเทศ:

    • การสอบวัดผลระดับชาติของ กศน. จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง (มีนาคม และ กันยายน) โดยศูนย์สอบทั่วประเทศดำเนินการพร้อมกัน

    • ข้อสอบและเกณฑ์การประเมินถูกกำหนดจากส่วนกลาง เพื่อรักษามาตรฐานเดียวกัน

  • เงื่อนไขการสอบ:

    • ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนและส่งงานครบตามเกณฑ์ จึงมีสิทธิ์สอบ

    • หากขาดสอบโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ถือว่าสละสิทธิ์และต้องรอรอบสอบถัดไป


3. กรณี "ตุ๊กตา" ในเรื่องกับปัญหาการศึกษา

  • ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ กศน.:

    • ตุ๊กตาคิดว่าการเรียน กศน. เป็นเพียงพิธีกรรม ไม่จำเป็นต้องตั้งใจเรียนหรือสอบจริงจัง จึงไม่ส่งเสริมให้เบส-เบลไปสอบ

    • เธอไม่รู้ว่าการขาดสอบโดยไม่มีเหตุผลอาจทำให้ถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2545 มาตรา 26 ที่บังคับให้เด็กต้องรับการศึกษาภาคบังคับจนจบ ม.3

  • ผลกระทบในเรื่อง:

    • การที่ตุ๊กตาสั่งให้โอโกหกครูและขอลดหย่อนสอบ เป็นการฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ของ กศน.

    • การที่เด็กปฏิเสธไม่ไปสอบ แม้จะถูกบีบจากแม่ สะท้อนปัญหาการขาดความตระหนักในคุณค่าการศึกษา


4. โทษทางกฎหมาย

  • ผู้ปกครองละเมิด พ.ร.บ. การศึกษา:

    • หากไม่ส่งเด็กเข้าเรียนโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อาจถูกปรับสูงสุด 1,000 บาท (มาตรา 78)

    • ในเรื่อง อ๊อดและอาม่าแจ้งความเพื่อให้ตุ๊กตาต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย

  • เด็กขาดสอบ:

    • เด็กอาจถูกตัดสิทธิ์เรียนต่อ หรือต้องเริ่มศึกษาใหม่


5. ความท้าทายของ กศน.

  • ความเชื่อผิดๆ:

    • บางคนมองว่าการเรียน กศน. เป็นทางเลือกรอง ไม่สำคัญเท่าการศึกษาในระบบ

    • ความคิดนี้ส่งผลให้ผู้เรียนขาดแรงจูงใจ และครอบครัวไม่สนับสนุน

  • ปัญหาครอบครัว:

    • กรณีเบส-เบลถูกแม่กดดันให้เลิกเรียน สะท้อนช่องว่างของระบบในการคุ้มครองสิทธิเด็ก


6. ทางออกที่ควรเป็น

  • สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง:

    • กศน. คือทางเลือกเพื่อรับวุฒิการศึกษา ไม่ใช่ทางลัด

    • รัฐต้องรณรงค์ให้เห็นคุณค่าของการศึกษานอกระบบ

  • บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง:

    • ตรวจสอบการเข้าเรียนและสอบของเด็กอย่างเคร่งครัด

    • ดำเนินคดีผู้ปกครองที่ขัดขวางโอกาสทางการศึกษาของบุตร


สรุป:

การเรียน กศน. เป็นระบบการศึกษาที่มีกฎเกณฑ์ชัดเจน ไม่ใช่การเรียนพิเศษหรือทางลัด แต่ต้องอาศัยความรับผิดชอบของผู้เรียนและครอบครัว กรณีของตุ๊กตาและลูกสะท้อนปัญหาความไม่เข้าใจระบบการศึกษา และผลกระทบจากทัศนคติที่บิดเบี้ยว ซึ่งจำเป็นต้องแก้ไขด้วยการสร้างความตระหนักและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

รอยร้าวใต้เงาโพธิ์ ตอนที่ 8: ความผิดหวังที่ไม่มีทางเลือก

 นิยายเรื่อง "รอยร้าวใต้เงาโพธิ์"

ตอนที่ 8: ความผิดหวังที่ไม่มีทางเลือก

เดือนมีนาคมมาถึง วันสอบเทียบการศึกษานอกระบบ (กศน.) ของเบสและเบลก็ถึงกำหนด แต่ทั้งคู่ไม่ยอมไปสอบ...

ช่วงที่ 1: คำโกหกซ่อนปัญหา
ตุ๊กตา ซึ่งเพิ่งเริ่มงานเป็นเซลขายรถได้ไม่ถึงเดือน มองว่าการเรียน กศน. เป็นเรื่องเสียเวลา "เรียนไปก็ไม่รวย ทำงานขายรถดีกว่า!" เธอพูดกับเบสและเบลขณะขับรถพาพวกเธอไปห้างสรรพสินค้าแทน ส่วนโอถูกตุ๊กตาบังคับให้โกหกครู กศน. ว่าเด็กป่วยและขอลดหย่อนวันสอบออนไลน์ ทั้งที่จริงๆ แล้วเขารู้ดีว่าเหตุผลนี้เป็นแค่เกมกำมะลอของภรรยา

ช่วงที่ 2: ความโกรธระเบิดของอาม่า
เมื่ออาม่าเห็นเอกสารขอลดหย่อนสอบที่โอซ่อนไว้ในลิ้นชัก เธอถอนหายใจรวย "แกไม่ใช่พ่อ...แค่หุ่นเชิดของตุ๊กตา!" อาม่าตะโกนใส่โอด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากบ้านไปพักร้อนที่ร้านชำ

ช่วงที่ 3: การเผชิญหน้าที่ไร้ทางออก
อ๊อดซึ่งรับหน้าที่เป็นคนกลาง นัดคุยทุกคนที่ร้านชำ ตุ๊กตาแอบพาเบส-เบลมาสายเกือบชั่วโมง และยืนยันเสียงแข็งว่า "เด็กเป็นผด! จะให้ตากแดดไปสอบทำไม?" ทั้งที่เห็นชัดว่าใบหน้าหลานสะอาดเรียบร้อย

ช่วงที่ 4: การแจ้งความและความจริงที่เจ็บปวด
"ถ้าคุณแม่ไม่พาเด็กไปสอบตามกฎหมาย...นี่คือความผิด พ.ร.บ.การศึกษา!" อ๊อดพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนพาอาม่าและโอไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ท่ามกลางสายตาผู้คนที่จ้องจับผิด

ช่วงที่ 5: คำตัดสินของเด็กๆ
ใต้แสงไฟสลัวในห้องสอบสวน เมื่อตำรวจถามเบสและเบลต่อหน้าทุกคนว่า "จริงๆ แล้วหนูอยากเรียนไหม?" ทั้งคู่กลับหัวเราะคิกคักแล้วตอบพร้อมกันว่า "ไม่อยากครับค่ะ...เรียนไปก็เหนื่อย" เสียงนั้นทำให้อาม่าหมดสภาพยืนพิงผนัง ในขณะที่โอสะอื้นเบาๆ

ช่วงที่ 6: การตัดใจครั้งสุดท้าย
อ๊อดจับมืออาม่าไว้แน่นขณะเดินออกจากสถานีตำรวจ "แม่ต้องปล่อยวางแล้ว...เราให้โอกาสพวกเขามามากเกินพอ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า ส่วนตุ๊กตากำลังโพสต์สตอรี่ขายรถคันใหม่ในอินสตาแกรม พร้อมแคปชั่นว่า "ชีวิตต้องเดินหน้า"

ปมลึก:
เบสกระซิบกับเบลในรถขณะกลับบ้านว่า "ถ้าเราสอบผ่าน...แม่จะโกรธใช่ไหม?" ทั้งคู่รู้ดีว่าความฝันที่จะมีวุฒิการศึกษา ต้องแลกด้วยการสูญเสียแม่ที่พร้อมตัดขาดพวกเธอทุกเมื่อ...

จบตอนที่ 8

วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

วิเคราะห์นิสัยตัวละคร "ตุ๊กตา" จากนิยาย "รอยร้าวใต้เงาโพธิ์"

 วิเคราะห์นิสัยตัวละคร "ตุ๊กตา" จากนิยาย "รอยร้าวใต้เงาโพธิ์"

ตุ๊กตาเป็นตัวละครที่มีบทบาทสำคัญในฐานะภรรยาของโอและแม่ของเบสกับเบล เธอเป็นคนที่มีนิสัยที่ซับซ้อนและสร้างปัญหาหลายอย่างในครอบครัว นิสัยของตุ๊กตาสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้:


1. เกียจคร้าน (Lazy)

  • ตุ๊กตาเป็นคนที่เกียจคร้านและไม่ชอบทำงาน เธอไม่ยอมช่วยงานที่ร้านชำของอาม่าและปล่อยให้โอแบกรับภาระทั้งหมด

  • เธอมักจะหาข้ออ้างเพื่อไม่ต้องทำงานและใช้ชีวิตอย่างสบายๆ


2. ใช้เงินฟุ่มเฟือย (Extravagant)

  • ตุ๊กตาเป็นคนที่ใช้เงินฟุ่มเฟือยและไม่คิดถึงอนาคต เธอซื้อของแบรนด์เนมและสิ่งของที่ไม่จำเป็น

  • การใช้เงินเกินตัวของเธอทำให้ครอบครัวมีปัญหาหนี้สินและความยากลำบาก


3. ขี้อิจฉา (Jealous)

  • ตุ๊กตาเป็นคนที่ขี้อิจฉาและไม่พอใจเมื่อเห็นคนอื่นได้ดีกว่า

  • เธอมักจะเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นและรู้สึกไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี


4. เอาแต่ใจ (Selfish)

  • ตุ๊กตาเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเองและไม่คิดถึงความรู้สึกของคนอื่น

  • เธอมักจะทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับครอบครัว


5. ปากร้าย (Harsh)

  • ตุ๊กตาเป็นคนที่ปากร้ายและพูดจาไม่ค่อยสุภาพ เธอมักจะดุด่าและพูดจาเหยียดหยามคนอื่น

  • การพูดจาของเธอสร้างความตึงเครียดและความขัดแย้งในครอบครัว


6. ไม่มีความรับผิดชอบ (Irresponsible)

  • ตุ๊กตาเป็นคนที่ขาดความรับผิดชอบต่อครอบครัว เธอไม่ยอมช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

  • เธอมักจะปล่อยให้โอและอาม่าแบกรับภาระทั้งหมด


7. เจ้าคิดเจ้าแค้น (Resentful)

  • ตุ๊กตาเป็นคนที่เก็บความเจ็บปวดและความโกรธไว้ในใจ เธอไม่ค่อยให้อภัยคนที่ทำให้เธอผิดหวังง่ายๆ

  • เธอยังคงจำความผิดของอาม่าและโอได้ดีและมักนำมาพูดถึงเมื่อมีโอกาส


8. ไม่ยอมคน (Stubborn)

  • ตุ๊กตาเป็นคนที่ไม่ยอมคนง่าย เธอมักยึดมั่นในความคิดของตัวเองและไม่ค่อยยืดหยุ่น

  • นิสัยนี้ทำให้เธอมีความเด็ดขาด แต่บางครั้งก็สร้างความตึงเครียดในครอบครัว


สรุป:

ตุ๊กตาเป็นตัวละครที่สร้างปัญหาหลายอย่างในครอบครัว เธอเป็นคนที่เกียจคร้าน ใช้เงินฟุ่มเฟือย และขาดความรับผิดชอบ นิสัยปากร้ายและเอาแต่ใจของเธอสร้างความตึงเครียดและความขัดแย้งในครอบครัว อย่างไรก็ตาม เธอก็เป็นคนที่มีปมในใจและความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของพฤติกรรมของเธอ


จบการวิเคราะห์

วิเคราะห์นิสัยตัวละคร "อ๊อด" จากนิยาย "รอยร้าวใต้เงาโพธิ์"

 วิเคราะห์นิสัยตัวละคร "อ๊อด" จากนิยาย "รอยร้าวใต้เงาโพธิ์"

อ๊อดเป็นตัวละครที่มีบทบาทสำคัญในฐานะพี่ชายของโอและลูกชายของอาม่า เขาเป็นคนที่พยายามช่วยเหลือครอบครัวและแก้ไขปัญหาต่างๆ นิสัยของอ๊อดสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้:


1. มีความรับผิดชอบสูง (Highly Responsible)

  • อ๊อดเป็นคนที่รับผิดชอบต่อครอบครัวอย่างเต็มที่ เขาส่งเงินให้อาม่าและโอทุกเดือนเพื่อช่วยเหลือทางการเงิน

  • เขาพยายามเข้ามาช่วยเหลือเมื่อครอบครัวมีปัญหาและไม่ปล่อยให้เรื่องต่างๆ ลอยนวล


2. เป็นผู้แก้ปัญหา (Problem Solver)

  • อ๊อดเป็นคนที่มองหาทางออกจากปัญหาอย่างมีเหตุผล เขาไม่ยอมให้ปัญหาครอบครัวลุกลามและพยายามหาทางแก้ไขอย่างรวดเร็ว

  • เช่น การเสนอให้ขายที่ดินและตึกแถวเพื่อชำระหนี้ และการช่วยให้เบสและเบลได้เรียน กศน.


3. มีความเป็นผู้นำ (Leadership)

  • อ๊อดเป็นผู้นำของครอบครัวในหลายๆ เรื่อง เขาเป็นคนตัดสินใจและจัดการปัญหาต่างๆ ได้ดี

  • เขามีความสามารถในการเจรจาและประสานงานกับคนอื่นๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


4. ใจดีและเอื้ออาทร (Kind and Caring)

  • อ๊อดเป็นคนที่ใจดีและเอื้ออาทร เขาพยายามช่วยเหลือทุกคนในครอบครัวและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

  • เขาเข้าใจถึงความยากลำบากของอาม่าและโอ และพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่


5. มีความอดทน (Patient)

  • อ๊อดเป็นคนที่อดทนต่อปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในครอบครัว เขาไม่ยอมแพ้และพยายามหาทางออกให้ได้

  • เขารอคอยและให้โอกาสโอและตุ๊กตาในการแก้ไขตัวเอง


6. มีความเป็นผู้ใหญ่ (Mature)

  • อ๊อดเป็นคนที่มีความเป็นผู้ใหญ่และเข้าใจถึงความรับผิดชอบของตัวเอง

  • เขาไม่ปล่อยให้อารมณ์มาควบคุมการตัดสินใจและพยายามทำทุกอย่างด้วยความรอบคอบ


7. มีความเป็นธรรม (Fair)

  • อ๊อดเป็นคนที่ยุติธรรมและไม่ลำเอียง เขาพยายามช่วยเหลือทุกคนในครอบครัวอย่างเท่าเทียมกัน

  • เขาไม่เลือกข้างและพยายามหาทางออกที่เหมาะสมสำหรับทุกคน


8. มีความมั่นใจในตัวเอง (Self-Confident)

  • อ๊อดเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองและความสามารถของตัวเอง

  • เขาไม่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาและพยายามหาทางออกให้ได้


สรุป:

อ๊อดเป็นตัวละครที่เข้มแข็งและมีความรับผิดชอบสูง เขาเป็นผู้นำของครอบครัวและพยายามช่วยเหลือทุกคนให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ นิสัยใจดีและเอื้ออาทรของเขาทำให้เขาเป็นที่รักและไว้วางใจของทุกคนในครอบครัว


จบการวิเคราะห์

วิเคราะห์นิสัยตัวละคร "อาม่า" จากนิยาย "รอยร้าวใต้เงาโพธิ์"

 วิเคราะห์นิสัยตัวละคร "อาม่า" จากนิยาย "รอยร้าวใต้เงาโพธิ์"

อาม่าเป็นตัวละครหลักที่มีบทบาทสำคัญในเรื่อง เธอเป็นเสาหลักของครอบครัวและเป็นผู้ที่ต้องแบกรับภาระมากมาย นิสัยของอาม่าสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้:


1. เข้มแข็งและอดทน (Strong and Resilient)

  • อาม่าเป็นคนที่เข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ เธอผ่านชีวิตที่ยากลำบากมาโดยตลอด แต่ยังคงยืนหยัดเพื่อดูแลครอบครัว

  • เธออดทนต่อปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในครอบครัวและพยายามหาทางออกให้ได้


2. ปากร้ายแต่ใจดี (Tough Love)

  • อาม่ามีนิสัยปากร้าย ชอบดุด่าและพูดจาไม่ค่อยสุภาพ โดยเฉพาะกับโอและตุ๊กตา

  • แต่แท้จริงแล้วเธอเป็นคนที่รักและห่วงใยครอบครัวมาก การดุด่าของเธอเกิดจากความหวังดีและต้องการให้ทุกคนมีความรับผิดชอบ


3. มีความรับผิดชอบสูง (Highly Responsible)

  • อาม่าเป็นคนที่รับผิดชอบต่อครอบครัวอย่างเต็มที่ เธอทำงานหนักเพื่อให้ร้านขายของชำดำเนินต่อไปได้

  • เธอไม่ยอมปล่อยให้ปัญหาครอบครัวลอยนวลและพยายามแก้ไขทุกอย่างด้วยตัวเอง


4. ไม่ยอมคน (Stubborn)

  • อาม่าเป็นคนที่ไม่ยอมคนง่าย เธอมักยึดมั่นในความคิดของตัวเองและไม่ค่อยยืดหยุ่น

  • นิสัยนี้ทำให้เธอมีความเด็ดขาด แต่บางครั้งก็สร้างความตึงเครียดในครอบครัว


5. เจ้าคิดเจ้าแค้น (Resentful)

  • อาม่าเป็นคนที่เก็บความเจ็บปวดและความโกรธไว้ในใจ เธอไม่ค่อยให้อภัยคนที่ทำให้เธอผิดหวังง่ายๆ

  • เธอยังคงจำความผิดของตุ๊กตาและโอได้ดีและมักนำมาพูดถึงเมื่อมีโอกาส


6. มีความเป็นผู้นำ (Leadership)

  • อาม่าเป็นผู้นำของครอบครัว เธอเป็นคนตัดสินใจในเรื่องสำคัญและคอยดูแลทุกคน

  • เธอมีความสามารถในการบริหารร้านขายของชำและจัดการปัญหาต่างๆ ได้ดี


7. รักและห่วงใยหลาน (Loving Grandmother)

  • อาม่ามีความรักและห่วงใยหลานทั้งสองคนเป็นอย่างมาก เธอพยายามให้เบสและเบลได้เรียนและมีอนาคตที่ดี

  • เธอสอนให้หลานทั้งสองรู้จักความรับผิดชอบและทำงานหนัก


8. ไม่ไว้ใจคนง่าย (Distrustful)

  • อาม่าเป็นคนที่ไว้ใจคนยาก โดยเฉพาะหลังจากที่เธอรู้ว่าโอและตุ๊กตาปิดบังปัญหาจากเธอ

  • เธอมักจะตรวจสอบและถามไถ่เรื่องต่างๆ อย่างละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาด


สรุป:

อาม่าเป็นตัวละครที่เข้มแข็งและมีความรับผิดชอบสูง แต่ก็มีนิสัยปากร้ายและไม่ยอมคน เธอเป็นผู้นำของครอบครัวและพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนมีความสุข แม้ว่าบางครั้งวิธีการของเธออาจจะดูแข็งกร้าวไปบ้าง แต่แท้จริงแล้วเธอทำไปด้วยความรักและห่วงใย


จบการวิเคราะห์

วิเคราะห์นิสัยตัวละคร "โอ" จากนิยาย "รอยร้าวใต้เงาโพธิ์"

 วิเคราะห์นิสัยตัวละคร "โอ" จากนิยาย "รอยร้าวใต้เงาโพธิ์"

โอเป็นตัวละครที่มีลักษณะนิสัยที่ซับซ้อนและมีหลายมิติ ซึ่งสะท้อนถึงการต่อสู้ภายในและบทบาทของเขาในครอบครัว นิสัยของโอสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้:


1. ไม่กล้าตัดสินใจ (Indecisive)

  • โอมักลังเลและไม่กล้าตัดสินใจในเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว เช่น การจัดการหนี้สินหรือการเผชิญหน้ากับตุ๊กตา

  • เขามักปล่อยให้ปัญหาลุกลามเพราะไม่กล้าที่จะเผชิญหน้าและแก้ไขอย่างตรงไปตรงมา


2. ชอบปิดบังปัญหา (Secretive)

  • โอมีนิสัยชอบปิดบังปัญหาและความจริงจากอาม่าและอ๊อด เช่น การที่เขาไม่บอกเรื่องหนี้สินเพิ่มเติมหรือการที่ตุ๊กตาไม่ส่งเด็กๆ มาให้อาม่า

  • การปิดบังนี้เกิดจากความกลัวที่จะทำให้ครอบครัวเครียดและผิดหวัง แต่ผลลัพธ์กลับทำให้ปัญหายิ่งซับซ้อนขึ้น


3. อ่อนแอทางอารมณ์ (Emotionally Vulnerable)

  • โอเป็นคนที่อ่อนไหวทางอารมณ์และมักใช้การร้องไห้เป็นทางออกเมื่อเผชิญกับปัญหา

  • เขาขาดความเข้มแข็งทางจิตใจและมักรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้


4. พึ่งพาผู้อื่น (Dependent)

  • โอมักพึ่งพาคนรอบข้าง โดยเฉพาะอาม่าและอ๊อด ในการแก้ไขปัญหา

  • เขาขาดความมั่นใจในตัวเองและมักรอให้คนอื่นเข้ามาช่วยเหลือมากกว่าที่จะลงมือทำด้วยตัวเอง


5. มีความรับผิดชอบแต่ไม่เต็มที่ (Partially Responsible)

  • โอพยายามแสดงความรับผิดชอบต่อครอบครัว เช่น การทำงานที่ร้านชำและการดูแลลูกๆ แต่เขามักทำได้ไม่เต็มที่เนื่องจากนิสัยที่ชอบปิดบังปัญหาและไม่กล้าตัดสินใจ

  • เขามีความตั้งใจดี แต่ขาดทักษะและความเข้มแข็งในการจัดการปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ


6. ขาดความเด็ดขาด (Lack of Assertiveness)

  • โอไม่สามารถแสดงความเด็ดขาดหรือยืนหยัดในสิ่งที่ตัวเองเชื่อได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับตุ๊กตา

  • เขามักยอมตามคำขอของตุ๊กตาแม้ว่าจะรู้ว่าไม่ถูกต้อง เช่น การให้เงินตุ๊กตาวันละ 2,000 บาท


7. มีความรักและห่วงใยครอบครัว (Caring but Flawed)

  • แม้โอจะมีข้อบกพร่องหลายอย่าง แต่เขาก็มีความรักและห่วงใยครอบครัวอย่างแท้จริง

  • เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข แม้ว่าบางครั้งวิธีการของเขาจะไม่ถูกต้องหรือสร้างปัญหาเพิ่มเติม


สรุป:

โอเป็นตัวละครที่เปราะบางและขาดความมั่นใจในตัวเอง เขามีความรักและความรับผิดชอบต่อครอบครัว แต่ขาดทักษะและความเข้มแข็งในการจัดการปัญหา นิสัยชอบปิดบังปัญหาและไม่กล้าตัดสินใจของเขาทำให้ปัญหาครอบครัวยิ่งซับซ้อนขึ้น อย่างไรก็ตาม โอก็เป็นตัวละครที่พัฒนาได้ หากเขาเรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาและมีความเด็ดขาดมากขึ้น


จบการวิเคราะห์

รอยร้าวใต้เงาโพธิ์ ตอนที่ 7: ปัญหาที่ไม่จบสิ้น



นิยายเรื่อง "รอยร้าวใต้เงาโพธิ์"

ตอนที่ 7: ปัญหาที่ไม่จบสิ้น

หลังจากที่ตุ๊กตาย้ายออกจากบ้านญาติและพาเบสกับเบลไปอยู่ด้วยในห้องเช่าเล็กๆ เธอพยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ปัญหาก็ยังคงตามมาไม่หยุดหย่อน

ช่วงที่ 1: การย้ายออกและชีวิตใหม่
ตุ๊กตาตัดสินใจย้ายออกจากบ้านญาติและพาเบสกับเบลไปอยู่ด้วยในห้องเช่าเล็กๆ
“เบส เบล เราต้องเริ่มต้นใหม่” ตุ๊กตาพูดกับลูกทั้งสอง

เบสถามขึ้น
“แม่ เราจะไปอยู่ที่ไหนคะ?”

ตุ๊กตาพยักหน้า
“เราจะไปอยู่ห้องเช่าเล็กๆ และแม่จะหางานทำ”

เบลมองตาแม่ด้วยความกังวล
“แต่แม่...เราจะอยู่กันได้ไหม?”

ตุ๊กตาพูดด้วยความมั่นใจ
“ได้สิ แม่จะพยายามให้ดีที่สุด”

ช่วงที่ 2: ปัญหาในการทำงาน
ตุ๊กตาเริ่มหางานทำ แต่เนื่องจากเธอไม่เคยทำงานมาหลายปีและมีนิสัยที่ไม่ดี เธอจึงมีปัญหาในการทำงาน
“งานนี้ไม่เหมาะกับฉัน” ตุ๊กตาพูดหลังจากลาออกจากงานอีกครั้ง

เบสถามขึ้น
“แม่ ทำไมแม่ถึงลาออกอีกแล้ว?”

ตุ๊กตาพูดเสียงเบา
“งานมันหนักเกินไป แม่ทำไม่ได้”

เบลมองตาแม่ด้วยความกังวล
“แล้วเราจะทำยังไงดี?”

ตุ๊กตาพยักหน้า
“แม่จะหางานใหม่”

แต่ปัญหาก็ยังคงมีอยู่ ตุ๊กตาเปลี่ยนงานเดือนหนึ่ง 3-4 งาน และไม่สามารถทำงานได้นาน

ช่วงที่ 3: การลองค้าขาย
ตุ๊กตาตัดสินใจลองค้าขายเล็กๆ น้อยๆ เพื่อหารายได้
“เบส เบล แม่จะลองขายของเล็กๆ น้อยๆ ดู”

เบสและเบลพยักหน้า
“ครับ/ค่ะ แม่”

แต่การค้าขายก็ไม่เป็นไปตามที่หวัง ตุ๊กตาไม่มีความรู้และทักษะในการค้าขาย ทำให้เธอล้มเหลวอีกครั้ง

ช่วงที่ 4: ความกังวลของเบสและเบล
เบสและเบลเริ่มรู้สึกกังวลกับสถานการณ์
“พี่เบส...เราจะทำยังไงดี?” เบลถาม

เบสถอนหายใจ
“เราไม่รู้เหมือนกัน แต่เราต้องอดทน”

เบลมองตาเบสด้วยน้ำตาที่เริ่มเอ่อล้น
“แต่ฉันเหนื่อยแล้ว”

เบสกอดเบลไว้แน่น
“ฉันรู้ เบล ฉันรู้...แต่เราต้องผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน”

ช่วงที่ 5: การขอความช่วยเหลือ
ตุ๊กตารู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถจัดการปัญหาได้อีกต่อไป เธอตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากอาม่าและโอ
“อาม่า โอ ฉันต้องการความช่วยเหลือ”

อาม่ามองตาตุ๊กตา
“ตุ๊กตา แม่รู้ว่าแกพยายาม แต่แกต้องรับผิดชอบชีวิตของตัวเอง”

โอพยักหน้า
“ใช่แล้ว ตุ๊กตา เราต้องช่วยกันหาทางออก”

ตุ๊กตาพูดเสียงเบา
“ฉันรู้ ฉันจะพยายามให้มากขึ้น”

แม้ว่าปัญหาจะยังไม่จบลงทั้งหมด แต่ทุกคนก็เริ่มเข้าใจว่าพวกเขาต้องร่วมมือกันเพื่อหาทางออกจากวิกฤตนี้

จบตอนที่ 7

ลักษณะการเรียน กศน.

  ลักษณะการเรียน กศน. ไม่ใช่การจ้างเรียนพิเศษ : กศน. จัดการเรียนการสอนผ่านศูนย์การศึกษานอกระบบ โดยมีครูผู้สอนและสื่อการเรียนรู้ที่รัฐจัดเตรี...